แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปุ๋ยอินทรีย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปุ๋ยอินทรีย์ แสดงบทความทั้งหมด

ปุ๋ยอินทรีย์

0 ความคิดเห็น
ปุ๋ยอินทรีย์ (อังกฤษ: Organic Fertilizer) หรือ ปุ๋ยหมัก (อังกฤษ: Compost) คือ ปุ๋ยที่ได้จากการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุทางชีวเคมีโดยจุลินทรีย์กลุ่มใช้ออกซิเจน (Aerobic Microorganisms) จนเป็นประโยชน์ต่อพืช
ปุ๋ยอินทรีย์ภัณฑ์สูตร4-4-4ปุ๋ยอินทรีย์ที่เหนือกว่าปุ๋ยเคมี คือ ปุ๋ยอินทรีย์มีอินทรีย์วัตถุ มีธาตุอาหารรอง และจุลธาตุที่จำเป็นต่อจุลินทรีย์ดินและพืช ที่ปุ๋ยเคมีไม่มี
ปุ๋ยอินทรีย์ เป็นปุ๋ยธรรมชาติ ที่ผลิตจากการบ่มหมักสารอินทรีย์ ที่ได้จากมูลวัว มูลไก่ ซากต้นไม้ ใบไม้ มูลค้างคาว กรดอะมิโนตามธรรมชาติ และโดโลไมท์ โดยปุ๋ยอินทรีย์ที่ดี จะต้องประกอบด้วยแร่ธาตุครบทั้ง 13 ชนิดที่พืชต้องการ ดังนี้
แร่ธาตุหลัก ซึ่งพืชต้องการในปริมาณสูงมาก ประกอบด้วย
  • ไนโตรเจน (N)
  • ฟอสฟอรัส (P)
  • โพแทสเซียม (K)หรือ N-P-K นั่นเอง
แร่ธาตุรอง ซึ่งพืชต้องการในปริมาณน้อย ประกอบด้วย
  • แคลเซียม (C)
  • แมกนีเซียม (Mg)
  • กำมะถัน (S)
แร่ธาตุเสริม ซึ่งพืชต้องการในปริมาณที่น้อยมาก (แต่ขาดไม่ได้) ประกอบด้วย
  • เหล็ก (Fe)
  • แมงกานีส (Mn)
  • โบรอน (B)
  • โมลิบดินัม (Mo)
  • ทองแดง (Cu)
  • สังกะสี (Zn)
  • คลอรีน (Cl)
ปุ๋ยอินทรีย์ มีลักษณะทางกายภาพได้หลายแบบ เช่น ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยผง และปุ๋ยน้ำ แต่ที่นิยมจำหน่ายในท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นปุ๋ยเม็ด เนื่องจากสะดวกกับเกษตรกรในการนำไปใช้ ทั้งจากการหว่านด้วยมือ หรือใช้กับเครื่องพ่นเม็ดปุ๋ย
ข้อเด่นของปุ๋ยอินทรีย์ที่เหนือกว่าปุ๋ยเคมี คือ ปุ๋ยอินทรีย์มีอินทรีย์วัตถุ มีธาตุอาหารรอง และจุลธาตุที่จำเป็นต่อจุลินทรีย์ดินและพืช ที่ปุ๋ยเคมีไม่มี นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ยังทำให้ดินมีสภาพเป็นกลาง ในขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนานจะทำให้ดินมีสภาพเป็นกรดซึ่งมีผลทำให้มีการละลายแร่ธาตุที่ไม่พีงประสงค์ออกมาให้แก่รากพืช เช่น อะลูมิเนียม ทำให้พืชมีลักษณะแคระแกร็นและเป็นโรคง่าย ปุ๋ยอินทรีย์ยังเพิ่มจำนวนจุลอินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ทำให้ดินมีโครงสร้างโปร่ง ร่วนซุย อ่อนนุ่มอุ่มน้ำ
มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2551 กำหนดว่า ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้และจะจำหน่ายต้องมีอินทรีย์วัตถุมากกว่าร้อยละ 20 มีค่าการนำไฟฟ้าน้อยกว่า 10 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร มีค่าไนโตรเจนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 มีค่าฟอสฟอรัส (P2O5) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 มีค่าโพแทสเซียม (K2O) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ปุ่ยอินทรีย์ มีชนิดต่างต่าง เช่น 1.ปุ๋ยหมัก2.ปุ๋ยคอก3.ปุ๋ยพืชสด4.ปุ๋ยชีวภาพ
ปุ๋ยอินทรีย์ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ปุ๋ย สินค้าเพื่อการเกษตร ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์

0 ความคิดเห็น
ขายปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 
ปุ๋ยมูลค้างคาวแท้ สินค้าเพื่อการเกษตร ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์
ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ ปุ๋ยหมัก คือ ปุ๋ยที่ได้จากการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุทางชีวเคมีโดยจุลินทรีย์กลุ่มใช้ออกซิเจน (Aerobic Microorganisms) จนเป็นประโยชน์ต่อพืช
ข้อเด่นของปุ๋ยอินทรีย์ ที่เหนือกว่าปุ๋ยเคมี คือ ปุ๋ยอินทรีย์มีอินทรีย์วัตถุ มีธาตุอาหารรอง และจุลธาตุที่จำเป็นต่อจุลินทรีย์ดินและพืช ที่ปุ๋ยเคมีไม่มี นอกจากนี้ การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ยังทำให้ดินมีสภาพเป็นกลาง ในขณะที่การใช้ปุ๋ยเคมีอย่างยาวนานจะทำให้ดินมีสภาพเป็นกรด ซึ่งมีผลทำให้มีการละลายแร่ธาตุที่ไม่พีงประสงค์ออกมาให้แก่รากพืช เช่น อะลูมิเนี่ยม ทำให้พืชมีลักษณะแคระแกร็นและเป็นโรคง่าย
มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2551 กำหนดว่า ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้และจะจำหน่ายต้อง
- มีอินทรีย์วัตถุมากกว่าร้อยละ 20
- มีค่าการนำไฟฟ้าน้อยกว่า 10 เดซิซีเมนส์ต่อเมตร
- มีค่าไนโตรเจนไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 มีค่าฟอสฟอรัส (P2O5) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5
- มีค่าโพแทสเซียม (K2O) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5
ปุ่ยอินทรีย์ มีชนิดต่างๆ เช่น 1.ปุ๋ยหมัก 2.ปุ๋ยคอก 3.ปุ๋ยพืชสด 4.ปุ๋ยชีวภาพ
ใครสนใจสมัครสมาชิกเพื่อนำไปขายก็ได้ สมัครสมาชิกครั้งเดียวตลอดชีพ ท่านใดทำเกษตร ทำไร่ ทำนา ทำสวน หรือมีญาติพี่น้องเป็นเกษตร สามารถแนะนำปุ๋ยอินทรีย์ครบวงจรที่ดีสุดยอดได้

ปุ๋ยอินทรีย์กับการปลูกมันสำปะหลังใส่ปุ๋ยอินทรีย์ครั้งเดียว

0 ความคิดเห็น
ปุ๋ยเจริญอินทรีย์กับแปลงปลูกมันสำปะหลัง 
ปุ๋ยอินทรีย์กับการเตรียมแปลงปลูกมันสำปะหลังบำรุงดินให้ดีปลูกทั้งปีใส่ปุ๋ยอินทรีย์ครั้งเดียว
การปลูกพืชไร่ต่างๆ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด มีการเตรียมแปลงก่อนปลูกเหมือนกัน
การเตรียมแปลงปลูกมันสำปะหลัง
1.   เพิ่มอาหารในดิน ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เจริญอินทรีภัณฑ์ ปริมาณการใช้ปุ๋ย และ อินทรีย์วัตถุ ต้องอาศัยการสังเกตของผู้ปลูกพิจารณาตามสภาพความสมบูรณ์ของดิน
  • หาก ต้องการใส่ปุ๋ยอินทรีภัณ์ครั้งเดียวจนกระทั่งเก็บเกี่ยว ใช้ปุ๋ยประมาณ 50 กก./ ไร่ หว่านให้ทั่วแปลง และเพื่อการทำเกษตรต้นทุนต่ำ ก็ให้ใช้อินทรียวัตถุในท้อง ถิ่นมาเพิ่มเติม เช่น หญ้า ฟาง ข้าวลีบ เปลือกถั่ว แกลบกาแฟ ขี้เลื่อย ซังข้าวโพด นำมาใส่ลงในแปลง จุลินทรีย์ในปุ๋ยเจริญอินทรีภัณฑ์ก็จะช่วยย่อยอินทรียวัตถุเหล่านี้ ให้เป็นสารอาหารทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นด้วย หากดินมีอาหารเพียงพอ ก็ไม่ต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมจนกระทั่งเก็บผลผลิต
  • หรือ อาจแบ่งใส่ปุ๋ยเจริญอินทรีภัณฑ์หลายครั้งก็ได้ตามความต้องการ ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มหลังปลูกเมื่ออายุได้ 2 เดือน และใส่อีกครั้งเมื่ออายุ 6-7 เดือน หว่านตามแนวระหว่างต้น
2.   เพิ่มจุลินทรีย์ ฆ่าเชื้อโรคในดิน รวม ทั้งกำจัดไข่ของแมลงศัตรูพืชที่ตกค้างในดินไปด้วย(การไถดินตากแดด ก็เป็นการฆ่าเชื้อโรคในดินวิธีหนึ่ง แต่ก็ฆ่าจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ในดินให้ตายไปด้วย ใช้วิธีใส่จุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ลงไปในดินเพื่อให้กำจัดเชื้อโรคจะดี กว่า)
  • ใช้ สารปรับปรุงดิน 1 กก. + Gian สูตร 2 หรือ Huge2 1 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน นำไปผสมน้ำให้ได้ประมาณ 200 - 500 ลิตร สำหรับ 2 ไร่  (แล้วแต่ว่าดินแห้งหรือชื้นอยู่) นำไปฉีดพ่นหรือ รดราดให้ให้ทั่ว
  • จากนั้นไถหมักดินไว้อย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงาน จึงชักร่องปลูกต้องป้องกันน้ำขังซึ่งทำให้หัวมันสำปะหลังเน่า
  • หมาย เหตุ ในการผสมสารปรับปรุงดินฉีดพ่น ควรเปิดหัวฉีดให้น้ำออกสะดวก อาจใช้สายยางฉีดโดยไม่ใส่หัวพ่นจะทำให้หัวพ่นไม่อุดตัน เนื่องจากวัสดุหลายชนิดต้องใช้เวลาในการย่อยสลายในแปลงปลูกพืช กากตะกอนในสารปรับปรุงดินเป็นอาหารพืชใช้ผสมน้ำ สาดในแปลงได้
การเตรียมท่อนพันธุ์
การปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ต่างๆ ให้ผลผลิตที่ต่างกัน ควรศึกษาและคัดเลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่

  • ใช้สารป้องกันเชื้อโรค และขับไล่แมลง Gaint สูตร 3 + Huge1 ผสมน้ำในอัตราส่วน 20 ซีซี : น้ำ 200 ลิตร แช่ท่อนพันธุ์ 15-20 นาที (ห้ามเกิน 30 นาที) จะทำให้ไข่แมลงฝ่อ ฆ่าเชื้อโรค และกระตุ้นการงอก ไม่ต้องใช้สารฆ่าเชื้อโรคเชื้อราเคมีใดๆ
ระยะการปลูก
ดิน เลวปลูกถี่ ดินดีปลูกห่าง ต้องพิจารณาเอาในแต่ละพื้นที่ไม่มีระยะตายตัว มีข้อควรจำคือ ถ้าเตรียมดินอย่างดีด้วยวิธีเกษตรธรรมชาติ ควรเว้นระยะการปลูกเพิ่มขึ้น เช่น เคยปลูกอยู่ในระยะห่าง 1 ศอก ก็ให้ขยายเป็น ระยะ 2 ศอก เพราะหากหัวมันขยายมาชนกัน มันก็จะหยุดการเติบโต ดังนั้น อย่าลืมที่จะเว้นพื้นที่เผื่อไว้ด้วย
การบำรุงมันสำปะหลัง
หลัง จากปลูกแล้ว ใช้Giantสูตร 11,12 หรือ ปุ๋ยน้ำเจริญอินทรีภัณฑ์สูตร3พลัง ฉีดพ่นได้ทุกระยะ 7-10 วัน / ครั้ง เพื่อบำรุงต้น กระตุ้นให้สะสมอาหาร และป้องกันโรค/แมลงไปพร้อมๆกัน อีกทั้งทำให้ต้นแข็งแรง มีภูมิต้านทานเป็นท่อนพันธุ์ในการปลูกครั้งต่อไปได้อย่างดี

สำหรับแปลงที่ไม่ได้หมักแปลงก่อนปลูก
ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีอินทรีภัณฑ์ สูตร 6-3-3 ชนิดเม็ดหว่านบางๆ 1-2 กำมือ / พื้นที่ 1 ตารางเมตร ใส่ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์สม่ำเสมอ เดือนละ 1-2 ครั้ง และดูแลด้วยฮอร์โมนตามปกติ

หากใส่ปุ๋ยไม่เพียงพอต่อความ ต้องการของพืช ให้ใส่ปุ๋ยเพิ่มหลังปลูกเมื่ออายุได้ 2 เดือน และใส่อีกครั้งเมื่ออายุ 6-7 เดือน หว่านตามแนวระหว่างต้น
 

Posts Comments

©2006-2010 ·TNB